พื้นที่ในห้องเรียนนอกจากจะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ เกิดความรู้แล้ว ต้องทำให้เด็ก ๆ เรียนรู้และเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยอย่างแท้จริงด้วย และไม่ใช่แค่ทำให้เข้าใจอย่างผิวเผิน หรือให้คำจำกัดความไปในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพอย่างเดียว ต้องทำให้เด็ก ๆ รู้ว่า การเมืองเป็นเรื่องที่เราพบเจอได้ในทุก ๆ วันและไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในสภา หรือนักการเมืองเท่านั้น โดยครูอาจจะเริ่มสอนผ่านกิจกรรมให้เด็ก ๆ เข้าใจมากขึ้น เช่น
การเลือกหัวหน้าห้อง ซึ่งคุณสมบัติที่ควรมีนั้นนอกจากจะเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบแล้ว จะต้องรู้จักการจัดการทรัพยากรที่มีให้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดด้วย ซึ่งเด็ก ๆ ที่อยากเป็นหัวหน้าห้องนั้นอาจจะต้องออกมาพูดถึงสิ่งที่ตนสามารถทำได้ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาห้องเรียนให้น่าเรียนรู้ และที่สำคัญจะช่วยพัฒนาเพื่อน ๆ ไปพร้อม ๆ กับครู ซึ่งเด็ก ๆ แต่ละคนจะมีกระบวนการการตัดสินใจที่แตกต่างกันออกไป และให้เด็ก ๆ ตัดสินใจโหวตว่าจะเลือกเพื่อนคนไหนมารับหน้าที่หัวหน้าห้อง
การสอดแทรกประชาธิปไตยผ่านการสอน โดยครูหลายคนอาจมองข้ามว่าจริง ๆ แล้วการโต้วาทีกันในห้องเรียนเพื่อให้ได้คำตอบร่วมกัน หรือ การยกมือเลือกโหวตบางอย่างในห้องเรียนก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว ซึ่งกิจกรรมนี้นอกจจากจะให้เด็ก ๆ มีสมาธิกับการเรียนมากขึ้นแล้วยังช่วยให้เด็ก ๆ ซึมซับประชาธิปไตยด้วย
ห้องเรียนทุกห้องเรียนเปรียบเสมือนสังคมจำลองของเด็ก ๆ ซึ่งห้องเรียนจะช่วยบ่มเพาะให้นักเรียนเข้าใจสังคมในอนาคตที่ต้องเจอในอนาคต และแน่นอนว่าในสังคมย่อมมีการเมือง การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเด็กเพียงเพราะยังไม่โต แต่การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน หากสังคมในห้องเรียนเป็นประชาธิปไตย สังคมในอนาคตก็ย่อมเป็นประชาธิปไตยไปด้วย