รวมเรื่องควรรู้ก่อนจดทะเบียนบ้านเรียน

รวมเรื่องควรรู้ก่อนจดทะเบียนบ้านเรียน

สำหรับครอบครัวที่กำลังสนใจการทำบ้านเรียนด้วยการจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษา อาจยังสับสนว่าควรเริ่มต้นอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง บทความนี้มีข้อมูลมาฝากค่ะ

จดทะเบียนบ้านเรียน คืออะไร?

เมื่อตัดสินใจทำ Homeschool แล้ว สิ่งหนึ่งที่มักถูกพูดถึงบ่อยๆ คือ การจดทะเบียนบ้านเรียน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ซึ่งการจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษาที่เราอาศัยอยู่ แบ่งได้ เป็นดังนี้

  • ระดับปฐมวัย หรืออนุบาล จดทะเบียนกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. 
  • ระดับประถม จดทะเบียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือ สพป.
  • ระดับมัธยม จดทะเบียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือ สพม.

สำหรับระดับปฐมวัยหรืออนุบาลนั้น ยังไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ จะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ แต่การจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษาก็ทำให้มั่นใจได้ว่า หากต้องการพาลูกเข้าระบบโรงเรียนปกติ ก็สามารถทำได้ เพราะเมื่อจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษาก็จะได้รับรองวุฒิอย่างถูกต้อง

เขตพื้นที่การศึกษา กับ สนง.เขต

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กับ สำนักงานเขต ที่เราไปติดต่อทำบัตรประชาชน เป็นคนละสถานที่กันนะคะ โดยเขตพื้นที่การศึกษา เป็นระบบการจัดแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาการปกครอง ที่จัดแบ่งโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดระบบ และกระจายอำนาจการจัดการศึกษาในประเทศไทยให้ครอบคลุมมากขึ้น แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ  เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา โดยการจดทะเบียน Homeschool กับเขตพื้นที่การศึกษา ต้องจดกับเขตพื้นที่ที่เราพำนักอาศัยอยู่เท่านั้น  สำหรับกรุงเทพมหานคร สนง.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อยู่ที่ ถ.ศรีอยุธยา เขตราชเทวี โทร. 0-2354-5258 

เริ่มต้นจดทะเบียนบ้านเรียนกับเขตการศึกษา 

สำหรับผู้ที่ต้องการจดทะเบียนบ้านเรียนกับเขตพื้นที่การศึกษา อาจเริ่มต้นจากโทรสอบถามข้อมูลที่สนง.เขตพื้นที่การศึกษาที่อาศัยอยู่ โดยทั่วไปบ้านเรียนสามารถยื่นขอจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษาได้ ปีละ 2 ครั้ง คือ ประมาณเดือนมีนาคม และ เดือน ตุลาคม ซึ่งกรอบเวลาของแต่ละเขตพื้นที่อาจแตกต่างกัน จึงควรสอบถามเพื่อความแน่ใจ โดยทั่วไปเขตการศึกษาจะให้คำแนะนำ รวมทั้งให้แบบฟอร์มเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ยื่นเพื่อจดทะเบียนบ้านเรียนมาด้วย

จดทะเบียนกับเขตพื้นที่ฯต้องมีเอกสารอะไรบ้าง                                                                                                                  

การยื่นขอจัดการศึกษาโดยครอบครัวนั้น มีเอกสารที่ต้องยื่นได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านของพ่อแม่ บัตรประจำตัวประชาชน ของผู้จัดการศึกษา วุฒิการศึกษาของผู้จัดการศึกษา และเอกสารอื่นๆ  ดังนี้ 

  • แบบแสดงความประสงค์ขออนุญาตจัดการศึกษาโดยครอบครัว 
  • แบบยื่นความประสงค์ขอจัดทำแผนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ร่วมกับสพป. หรือสพม.
  • คำขอมีบัตรประจำตัวผู้เรียน (แนบรูปถ่าย 2 รูป) 
  • แผนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว 

ซึ่งเอกสาร 3 อันดับแรก เขตพื้นที่ฯ จะมีแบบฟอร์มมาให้ ส่วนแผนการจัดการศึกษา เป็นสิ่งที่แต่ละครอบครัวต้องเขียนเอง แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถค่ะ

เขียนแผนการศึกษาทำอย่างไร

คุณพ่อคุณแม่บ้านเรียนยุคนี้ ถือว่าโชคดีเพราะมีบ้านเรียนรุ่นพี่แบ่งปันตัวอย่างการเขียนแผนไว้ให้อย่างมากมายค่ะ แต่ก่อนลงมือเขียนแผน อาจต้องเริ่มศึกษาหลักสูตรในระดับชั้นการเรียนของลูกที่กระทรวงกำหนดเพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ก่อน เช่น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2551 

หลังจากนั้นจึงเริ่มลงมือเขียนแผน โดยอาจดูตัวอย่างแผนการเรียนที่ครอบครัวบ้านเรียนหลายๆ ครอบครัวได้แบ่งปันไว้ ทั่วไป ข้อมูลในแผนการเรียนประกอบไปด้วย

  • ข้อมูลพื้นฐานของครอบครัว เช่น ประวัติการศึกษาและการทำงานของพ่อแม่ อายุ ที่อยู่
  • ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน เช่น อายุและพัฒนาการด้านต่างๆ 
  • ระดับการจัดการศึกษา และเหตุผลของการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ข้อมูลในส่วนนี้ให้ครอบครัวระบุเหตุผลของการเลือกการจัดการศึกษาแบบบ้านเรียน 
  • จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ระบุเป้าหมายที่คาดหวังจากการจัดการศึกษาโดยครอบครัว เช่น เด็กๆ ได้พัฒนาความสามารถที่ตนเองถนัดได้อย่างเต็มที่ สื่อสารได้สองภาษา และมีทักษะทางอารมณ์ที่ดี เป็นต้น
  • รูปแบบการจัดการศึกษา ระบุว่าเราจะจัดการศึกษาแบบใด เช่น รวมกลุ่มกับครอบครัวที่มีความสนใจคล้ายกัน จัดการศึกษาแบบครอบครัวเดี่ยว 
  • การจัดการเรียนรู้ ในส่วนนี้จะแตกต่างกันไปตามระดับการศึกษาของเด็กแต่ละคน
  • การวัดผลและประเมิน ในส่วนนี้ระบุวิธีการประเมิน ซึ่งโดยทั่วไปเขตการศึกษาจะมีเกณฑ์การประเมินมาให้

แผนการศึกษาเขียนผิดแก้ได้?

หลังจากเขียนแผนการศึกษายื่นให้กับสนง.เขตพื้นที่การศึกษาแล้ว หากมีข้อผิดพลาด หรือข้อมูลที่ไม่ตรงตามหลักสูตรที่กระทรวงกำหนด ทางสนง.เขต อาจส่งให้มีปรับแก้ ซึ่งโดยทั่วไปอาจต้องแก้ 1-2 ครั้ง 

แผนการศึกษาต้องเขียนทุกปีไหม?

การเขียนแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวนั้น ในหนึ่งระดับการศึกษาจะเขียนเพียงครั้งเดียว เช่น ระดับอนุบาล 1-3 ก็จะเขียนแผนรวมทั้ง 3 ปี ระดับประถม ก็เขียนแผนครั้งเดียวใช้ตั้งแต่ประถมปีที่ 1-6 เป็นต้น ในช่วงแรกจึงอาจดูเหมือนวุ่นวาย มีสิ่งที่ต้องศึกษาเยอะ แต่หากเขียนแผนสำเร็จแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จัดการเรียนการสอนให้ลูกได้ยาวๆ ทั้งนี้ ในแต่ละปีการศึกษา ทางเขตจะส่งจดหมาย เพื่อให้ครอบครัวทำรายงานประเมินผลการศึกษาในแต่ละปี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบางแห่ง อาจนัดครอบครัวบ้านเรียน เข้าไปพบที่เขตเพื่อทำการประเมิน บางแห่งอาจใช้วิธีไปเยี่ยมที่บ้านของแต่ละครอบครัว ขึ้นอยู่กับจำนวนบ้านเรียนในแต่ละเขตพื้นที่

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การเลี้ยงลูกที่มีความต้องการพิเศษ
การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง
basic
2:00 ชั่วโมง

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

เรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กออทิสติก เพื่อให้เป็นตัวช่วยในการออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้

Starfish Academy
Starfish Academy
การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก
Starfish Academy

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
4.9 (17 ratings)
1480 ผู้เรียน
หลักการใช้ชีวิต
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

คุณธรรมเป็นพื้นฐานทางจิตใจ นำไปสู่การกระทำที่ดีและถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างให้เด็กพร้อมที่จะเผชิญโลก และสังคมปัจจุ ...

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
4.8 (22 ratings)
การศึกษาในอนาคต
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

ทำไมการศึกษาไทยต้องเปลี่ยนแปลง

ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาคงไม่ใช่แค่หน้าที่ของ “ครู” แต่คือผู้ที่มีความเชื่อและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา เพื่อก ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ทำไมการศึกษาไทยต้องเปลี่ยนแปลง
Starfish Academy

ทำไมการศึกษาไทยต้องเปลี่ยนแปลง

Starfish Academy
4.6 (17 ratings)
การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:00 ชั่วโมง

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

ในคอร์สนี้จะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ Peer Learning คืออะไร 5 รูปแบบของกิจกรรม Peer to Peer Learning ตัวอย่างก ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss
Starfish Academy

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

Starfish Academy
5 (6 ratings)

Related Videos

Starfish Academy
06:16
Starfish Academy

Starfish Academy

Starfish Academy
436 views • 5 ปีที่แล้ว
กลุ่มเด็กพิเศษ : การส่งเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าและกลุ่มเด็กผู้มีความต้องการพิเศษ
03:57
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มเด็กพิเศษ : การส่งเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าและกลุ่มเด็กผู้มีความต้องการพิเศษ

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
405 views • 5 ปีที่แล้ว
ตอนที่ 4 เล่นให้ได้ใจ INTERACTION
13:50
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

ตอนที่ 4 เล่นให้ได้ใจ INTERACTION

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
140 views • 6 ปีที่แล้ว
"น้องเบล" นักร้องโอเปร่า ระดับโลก
04:39
Starfish Academy

"น้องเบล" นักร้องโอเปร่า ระดับโลก

Starfish Academy
3553 views • 5 ปีที่แล้ว