เพลงพื้นบ้าน คือ เพลงของชาวบ้านที่จดจำสืบทอดกันมาแบบปากเปล่าใช้ร้องเล่นเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง โดยใช้คำที่ง่ายๆ เน้นเสียงสัมผัสและจังหวะการร้องเป็นสำคัญ เพลงพื้นบ้านมีลักษณะเฉพาะ คือเป็นเพลงที่ชาวบ้านอาศัยการฟังและจำ ไม่มีการจดเป็นตัวหนังสือ เนื้อร้องใช้คำง่ายๆ ใช้การปรบมือหรือใช้เครื่องประกอบจังหวะง่ายๆ ที่สำคัญต้องมีเสียงร้องรับของลูกคู่ ทำให้เกิดความสนุกสนานมากขึ้น เช่นเพลงลำตัด เพลงรำโทน เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงเรือ เพลงเกี่ยวข้าว ฯลฯ เป็นเพลงที่ไม่เครียด เพราะเป็นเพลงที่สนุกสนานไม่มีการจดบันทึก แต่อาศัยการจำเพื่อใช้ร้องและเล่นในโอกาสต่างๆ ก่อนที่จะมีการจัดการเรียนการสอนผ่านเพลงพื้นบ้านได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพจะต้องรู้จักหลักของการเรียนรู้ นั่นคือ
การเรียนรู้ คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่คนเราเคยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือจากการฝึกหัดรวมทั้งปริมาณการเปลี่ยนความรู้ของผู้เรียน ดังนี้
การกำหนดเนื้อหา +วิธีการสอน +นักเรียนมีความสุข นำไปสู่การเรียนรู้ของนักเรียน
การเรียนรู้เรื่องสำนวนไทย +บรรยาย/เพลงพื้นบ้าน+สนุกสนาน/สรุปความรู้ นำไปสู่การเรียนรู้
การใช้เพลงพื้นบ้านมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน จะทำให้นักเรียนสนุกสนาน มีความสุขในการเรียน ที่สำคัญไม่ใช้ได้เฉพาะความสนุกสนานเท่านั้น นักเรียนจะต้องได้รับความรู้ (Knowledge) หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ การปฏิบัติงานมา วิเคราะห์ เพื่อประยุกต์ใช้ในการทํางาน การตัดสินใจและการแก้ปัญหาด้วยตัวของนักเรียนเองที่สำคัญอาจจะมีการสอดแทรกในเรื่องคุณธรรมความดีความงามของความเป็นมนุษย์ในเนื้อหานั้นๆทำให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ดีในการใช้ชีวิตเป็นต้น ดังนั้นการใช้เพลงพื้นบ้านในการจัดการเรียนการสอนนักเรียนจะต้องได้รับการประเมินที่ครบตามเกณฑ์ KPA หมายถึง เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ประกอบด้วยการประเมินด้านความรู้ (Knowledge) ด้านทักษะและการปฏิบัติ (Practice) และด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
เพลงพื้นบ้านจะนำไปสู่การเรียนรู้ได้ คือการนำเพลงพื้นบ้านเข้าไปสอนในรายวิชาที่มีอยู่ในหลักสูตรหรือรายวิชาที่เกี่ยวข้องแต่คุณครูจะต้องนำเพลงพื้นบ้านมาปรับและประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเนื้อหาอื่นๆได้อย่างเหมาะสมหากผู้เรียนเกิดความสุขและสนุกสนานกับการเรียนแล้วจะทำให้ผู้เรียนเกิดความอยากเรียนรู้มากขึ้นหรือเกิดความเพลิดเพลินในการเรียนรู้จึงจะสามารถเรียกได้ว่า “เป็นการเรียนรู้อย่างแท้จริง” คือผู้เรียนได้รับความรู้อย่างมีความสุข หรือคุณครูอาจจะนำบทเพลงพื้นบ้านมาสอนในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหรือสอดแทรกในกิจกรรมต่างๆได้อย่างเหมาะสม หรืออาจจะมีการจัดโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนและบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น การเรียนรู้โดยให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันนักเรียนเรียนมีบทบาทมากกว่าครูผู้สอนเมื่อคุณครูสามารถใช้เพลงพื้นบ้านมาเป็นสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ที่หนูๆชอบ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของความเป็นไทย ได้ฝึกฝนความสามารถทางภาษา ได้หัดแต่งเพลงพื้นบ้านง่ายๆได้เอง รวมไปถึงได้แสดงความสามารถในด้านการร้องและร่ายรำ เท่ากับเป็นการผสมผสานความสามารถทั้งด้านวรรณศิลป์และนาฏศิลปเข้าด้วยกัน และเพลงพื้นบ้านเป็นวัฒนธรรมที่ เป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ที่สำคัญเพลงพื้นบ้านจะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน ตื่นเต้น ไม่เบื่อหน่าย จนในที่สุดนักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ www.StarfishLabz.com