10 สูตรสร้างสรรค์คอนเทนต์ ก่อนก้าวเป็น "ครูครีเอเตอร์" จาก Workshop Teacher Hero Season 3

10 สูตรสร้างสรรค์คอนเทนต์ ก่อนก้าวเป็น "ครูครีเอเตอร์" จาก Workshop Teacher Hero Season 3

ผลสำรวจล่าสุดแสดงให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั่วโลกเห็นว่า ต้องต่อสู้แย่งชิงความสนใจของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียโดยเฉลี่ย 1.5 วินาที เวลาเพียงเท่านี้คือจุดชี้ชะตาของคอนเทนต์หนึ่งๆ ว่าจะทำงานกับผู้อ่านผู้ชมหรือไม่ 

หลังจากที่เห็นโพสต์ สายตาของมนุษย์จะประมวลผลภาพและข้อมูลส่งเข้าสู่สมอง หากว่าเราเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เข้าใจสัดส่วนทองคำดี รู้ว่าควรจะจัดวางเลย์เอาต์เนื้อหาให้อ่านง่ายขึ้นได้อย่างไร เข้าใจเทคนิคการจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล และใส่ข้อความเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และเลือกสะท้อนเนื้อหาด้วยภาพประกอบที่สื่อให้ผู้พบเห็นเข้าใจได้ทันทีในชั่วพริบตา คอนเทนต์นั้นก็อาจจะแค่รอด หรือได้รับความนิยมสูง ถูกแชร์ต่อไปไกล จนเรียกว่า ‘ไวรัลคอนเทนต์’ ก็เป็นได้

และต่อไปนี้เป็น 10 สูตรสร้างสรรค์คอนเทนต์ ก่อนก้าวเป็น ‘ครูครีเอเตอร์’ ที่ทางทีมงาน Starfish Labz ได้เก็บความรู้ สรุปมาฝากจากคลาส Online Content 101 โดย คุณเอ็ม 'ขจร เจียรนัยพานิชย์' ในงานเวิร์กช้อป Teachers Hero Season 3 ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.00 น. - 14.00 น.

1. ทำให้เข้าใจง่ายที่สุด (Simple) ไม่ต้องใส่ข้อมูลละเอียดลงไปในภาพ

2. คุณภาพของภาพ วิดีโอ และเนื้อหา (Quality) ทำให้ดีที่สุดสุดความสามารถ

3. เพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) กับผู้ติดตามให้ได้ หาคอนเทนต์ที่มีจุดเชื่อมโยงกับองค์กรและกลุ่มเป้าหมายของเรา อาจตั้งคำถามทายคำ หรือหาเกมมาให้เล่น

4. ความคิดเห็น (Opinion) ก่อนจะกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลได้ ครีเอเตอร์จะต้องสร้างความรู้สึกชื่นชมและเชื่อมั่นให้ผู้ติดตามสัมผัสได้ เช่น ความจริงใจ บุคลิกภาพและน้ำเสียงน่าฟัง หรือมีความรู้น่าเชื่อถือเพียงพอให้ผู้คนอยากรับฟังความคิดเห็นของคุณให้ได้ เช่น รีวิวว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรหลังใช้งาน เพื่อช่วยผู้ติดตามนำไปตัดสินเลือกซื้อ เลือกทำตามหรือไม่ทำตามได้

5. สร้างแรงดึงดูด (Attractive) หาเทคนิคภาพหรือวิดีโอที่ชวนมอง ใส่คำพูดน่าสนใจ ชวนสงสัยใคร่รู้ ทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราอยากหยุดดู และคลิกอ่านต่อ

6. ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) เราต้องสู้กับนักสร้างสรรค์ทั้งหมดในโลกโซเชียลมีเดีย จึงต้องสร้างความแตกต่างจากคนอื่นๆ ด้วยไอเดียสนุกๆ และสไตล์เฉพาะตัวที่น่าจดจำ สร้างความประทับใจ และแบ่งปันความรู้สึกร่วมให้เกิดกับผู้คนได้

7. ทำข้อมูลประกอบภาพง่ายๆ (INFO-GRAPHIC) ไม่ต้องใส่ข้อมูลที่ซับซ้อนละเอียดลงลึกระดับกราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพ แต่ใส่ข้อมูลกับไอคอนหรือภาพประกอบที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจข้อมูลนั้นๆ ได้ง่ายขึ้นแบบง่ายๆ ก็พอ

8. เล่าให้จบในแต่ละโซเชียล (Social Base) ควรเล่าเรื่องให้คนอ่านจนจบตามความเหมาะสมกับฟังก์ชันของแต่ละแพลตฟอร์ม อย่าพยายามย้ายคนจากแพลตฟอร์มหนึ่งไปยังแพลตฟอร์มหนึ่ง เพราะคนจะหายไปทันที 70% พวกเขาไม่สะดวกที่จะไปต่อกับเรา และโพสต์นั้นๆ จะไม่ได้ผลทันที เราจึงควรจะสร้างการเติบโตแยกโซเชียล เช่น หากจะสร้าง traffic เข้าเว็บไซต์ก็ควรจะทำบทความที่ติด SEO เป็นมิตรต่อ Google แล้วหากจะนำมาเล่าต่อใน facebook ก็ควรจะนำเสนอใหม่เป็น format อื่น อาจเป็นอัลบั้ม 4 ภาพจบ ที่แสดงผลเหมาะกับแพลตฟอร์มนั้นๆ พร้อมถ่ายทอดเนื้อหาแต่ต้นจนจบแบบย่อๆ แล้วฝากลิงก์ให้ไปติดตามฉบับเต็มบนเว็บไซต์ต่อได้ เป็นต้น

9. ความสม่ำเสมอ (Consistency) ห้ามทำๆ หยุดๆ เด็ดขาด ควรตั้งตารางปล่อยคอนเทนต์ให้ผู้ติดตามทราบว่าจะได้พบกันเรื่อยๆ ในทุกๆ วันไหน ไม่จำเป็นต้องทำปริมาณเยอะ แต่ต้องหมั่นเล่าให้สม่ำเสมอ เช่น เดือนละ 2 ครั้ง หรือจะทุกๆ วันไหนเวลาอะไร เป็นต้น

10. ติดตามวัดผล (Measurement) คอยติดตามข้อมูลตัวเลขหลังบ้านแต่ละโซเชียลมีเดียมาวิเคราะห์ผลอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ของเราจากฟีดแบ็กที่ได้รับจริงว่าพฤติกรรมของผู้ติดตามเราเป็นอย่างไร ผลตอบรับเป็นแบบนี้แล้วเราจะปรับปรุงพัฒนายังไงต่อไป 

หากคุณครูอยากดึงความสนใจจากนักเรียนให้สนใจความรู้มากขึ้น ก็อาจนำไปปรับใช้กับการสร้างสื่อการสอนให้เด็กๆ ได้เช่นเดียวกันนะคะ

ประวัติ Exclusive Expert

คุณเอ็ม 'ขจร เจียรนัยพานิชย์' @khajochi บล็อกเกอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มีผู้ติดตามบน twitter, tiktok, และ facebook page รวมกว่า 1 ล้านคน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Rabbit Digital Group ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเอเจนซี่ ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ ได้แก่ Parent One นิตยสารออนไลน์แม่และเด็ก, Rainmaker สื่อสอนเทคนิคการสร้างออนไลน์คอนเทนต์ และ Mango ZERO สื่อสำหรับวัยรุ่น เป็นต้น ผลงานล่าสุดเป็นผู้ร่วมก่อตั้งงาน iCreator Conference งานอัปเดตความรู้ในแวดวงคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และมอบรางวัลให้แก่ครีเอเตอร์ชั้นนำของเมืองไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่างๆ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

เครืองมือครู
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning ห้องเรียนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (เด็กสมาธิสั้น)

แนวทางการดูแลรักษาเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการมีภาวะสมาธิสั้น ต้องผสมผสานการรักษาหลายวิธี ถ้าเด็กได้รับการดูแลช่วยเหลือที่ถูกต้ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning ห้องเรียนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (เด็กสมาธิสั้น)
Starfish Academy

Micro Learning ห้องเรียนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (เด็กสมาธิสั้น)

Starfish Academy
4.9 (36 ratings)
เครืองมือครู
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning - แหล่งเครื่องมือช่วยครูจัดการชั้นเรียน

Starfish แหล่งเครื่องมือช่วยครูในจัดการชั้นเรียนที่หลากหลาย เช่น Starfish Labz, Starfish Class แบบเว็บไซต์ และแ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning - แหล่งเครื่องมือช่วยครูจัดการชั้นเรียน
Starfish Academy

Micro Learning - แหล่งเครื่องมือช่วยครูจัดการชั้นเรียน

Starfish Academy
4.7 (30 ratings)
การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning เรียนคณิตศาสตร์ ม.1-3

คอร์สนี้เป็นการเรียนรู้การเกี่ยวกับการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-3 โดยแบ่งเป็นบทเรียนที่เหมาะสมกับต่ละรดับชั้น ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning เรียนคณิตศาสตร์ ม.1-3
Starfish Academy

Micro Learning เรียนคณิตศาสตร์ ม.1-3

Starfish Academy
4.6 (17 ratings)
เครืองมือครู
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning เทคนิคการดูแลลูกที่มีความต้องการพิเศษ

เด็กทุกคนควรได้รับการศึกษาโดยไม่แบ่งแยกเพียงเพราะมีข้อจำกัด การจัดการเรียนรวมจึงเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning เทคนิคการดูแลลูกที่มีความต้องการพิเศษ
Starfish Academy

Micro Learning เทคนิคการดูแลลูกที่มีความต้องการพิเศษ

Starfish Academy
4.6 (8 ratings)

Related Videos

Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้
10:11
Starfish Academy

Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้

Starfish Academy
1591 views • 3 ปีที่แล้ว
Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด
13:16
Starfish Academy

Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด

Starfish Academy
287 views • 3 ปีที่แล้ว
Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน
11:22
Starfish Academy

Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน

Starfish Academy
534 views • 3 ปีที่แล้ว
Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด
13:58
Starfish Academy

Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด

Starfish Academy
163 views • 3 ปีที่แล้ว