ทักษะต้องมี ป้องกันตัวเอง ถูก Bully ที่โรงเรียน

ทักษะต้องมี ป้องกันตัวเอง ถูก Bully ที่โรงเรียน

ว่าด้วยการบูลลี่ หรือ กลั่นแกล้ง แม้จะมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่มียุคใดที่สังคมให้ความสนใจและตระหนักถึงปัญหาเท่ากับยุคปัจจุบันอีกแล้ว 

ถึงกระนั้น แม้หลายภาคส่วนในสังคมจะเล็งเห็นปัญหาการบูลลี่ ไม่ว่าจะในสถานศึกษา หรือบนโลกออนไลน์ แต่การจะทำให้การกลั่นแกล้งหมดไปคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้น นอกจากหลายภาคส่วนจะร่วมมือกันสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่เกิดจากการบูลลี่แล้ว พ่อแม่ก็จำเป็นต้องสอนลูกไม่ให้บูลลี่ใคร และสอนลูกให้มีทักษะรับมือจากการถูกบูลลี่ด้วย

ผลกระทบเมื่อวัยรุ่นถูกบูลลี่  

การบูลลี่ คือ การกระทำที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด อับอาย ไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ซึ่งอาจแบ่งประเภทการบูลลี่ได้ดังนี้ 

  1. การใช้กำลัง เช่น ชกต่อย ตบตี ทำร้ายข้าวของ
  2. การใช้คำพูด เช่น ล้อเลียน เยาะเย้ย ข่มขู่ ด่าทอ
  3. การบูลลี่ทางสังคม เช่น กดดันให้ออกจากกลุ่ม ปล่อยข่าวลือเสียหาย นินทาลับหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจ
  4. การบูลลี่ในโลกออนไลน์ เช่น เผยแพร่รูปที่ทำให้เสื่อมเสียอับอาย เขียนให้ร้ายในโลกโซเชียล เป็นต้น

ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการบูลลี่ไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม มักได้รับผลกระทบทางใจ สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า และอาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเองได้

จากการสำรวจของเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ปี 2563 พบว่า ในกลุ่มเด็กอายุ 10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน จำนวน 1,500 คน มีเด็กถึง 91.79 เปอร์เซ็นต์ เคยถูกบูลลี่ วิธีบูลลี่ที่พบมากที่สุดคือ การตบหัว 62.07 % รองลงมา ล้อบุพพการี 43.57 % พูดจาเหยียดหยาม 41.78  % และอื่นๆ เช่น นินทา ด่าทอ ชกต่อย ล้อปมด้อย พูดเชิงให้ร้าย เสียดสีผ่านโลกโซเชียล นอกจากนี้เด็ก 1 ใน 3 หรือ 35.33 % เคยถูกกลั่นแกล้งรังแกประมาณเทอมละ 2 ครั้ง และเด็ก 1 ใน 4 หรือ 24.86 % ถูกกลั่นแกล้ง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

สอนลูกแยกแยะความขัดแย้ง ไม่เท่ากับ ถูกบูลลี่

 อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นแม้จะร่างกายเติบโตไม่ต่างจากผู้ใหญ่ แต่ด้วยประสบการณ์ในชีวิตที่ยังมีไม่มากนัก บางครั้งก็อาจสับสนเมื่อต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อนแล้วคิดไปว่าสิ่งนั้นคือการถูกบูลลี่ 

ทักษะเริ่มต้นที่ควรมีจึงเป็นความสามารถแยกแยะว่าแบบใดคือการบูลลี่ และแบบใดคือความขัดแย้ง ยกตัวอย่าง เมื่อลูกต้องจับคู่ทำงานร่วมกับเพื่อน แต่ทั้งสองมีความคิดไม่ตรงกันและตกลงกันไม่ได้ เพื่อนไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงานของลูก จึงไม่ช่วยทำงาน 

กรณีข้างต้นไม่เข้าข่ายการบูลลี่ แต่เป็นความขัดแย้งที่เกิดจากความไม่เข้าใจ และด้วยความที่ทั้งคู่ยังเป็นวัยรุ่นขาดประสบการณ์ จึงไม่รู้ว่าจะหาทางพบกันครึ่งทางได้อย่างไร จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้ ในทางตรงข้าม หากจับคู่ทำงานด้วยกัน เมื่อความคิดไม่ตรงกัน แล้วเพื่อนนำเรื่องที่ตกลงกันไม่ได้ ไปโพสต์ในโซเชียล หรือนินทาว่าร้ายเกินจริง จนทำให้คนอื่นๆ มองลูกเราผิดๆ แบบนี้เข้าข่ายบูลลี่ 

ซึ่งบทบาทของพ่อแม่ในการช่วยรับมือปัญหาเหล่านี้จะต่างกัน กล่าวคือ หากลูกขัดแย้งกับเพื่อนพ่อแม่ช่วยแนะนำทางออก แต่หากลูกถูกบูลลี่ พ่อแม่ต้องช่วยหยุดการกลั่นแกล้งนั้น 

ทักษะที่ควรรู้ เพื่อสู้กับการถูกบูลลี่

การบูลลี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่ส่งผลกระทบรุนแรงทั้งทางจิตใจและร่างกาย อีกทั้งยังอาจกระทบการเรียนรู้ของลูกด้วย ดังนั้น ทักษะที่เด็กยุคใหม่จำเป็นต้องมีเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่อาจถูกกลั่นแกล้งจึงมีความสำคัญ เพราะทำให้วัยรุ่นมีความมั่นใจว่าพวกเขาจะ

 สามารถดูแลปกป้องตนเองได้เมื่อออกสู่โลกกว้าง

  • ตอบสนองแบบหนักแน่นแต่ไม่ก้าวร้าว

เมื่อลูกถูกบูลลี่ที่โรงเรียน แทนการสู้กลับหรือส่งเสียงโหวกเหวกโวยวาย ควรสอนให้ลูกตอบโต้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แสดงความมั่นใจแต่ไม่ก้าวร้าว เช่น หากเพื่อนหยิบดินสอของเราไปโดยไม่บอก พูดชัดๆ ช้าๆ ว่า “เอาดินสอคืนมา” หรือหากเพื่อนพยายามตบศีรษะเรา ควรหันไปบอกตรงๆ ว่า “อย่ามาถูกตัวฉัน” ขณะที่พูดควรควบคุมอารมณ์แม้จะรู้สึกกลัว หรือ โกรธ และควรสบตาผู้ที่บูลลี่เราด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราหมายความตามที่พูดจริงๆ 

  • ตอบโต้แบบกระจกเงา

อีกวิธีหนึ่งที่ใช้ตอบโต้ผู้ที่มาบูลลี่ก็คือการตอบโต้แบบกระจกเงา หมายถึงสะท้อนคำพูดหรือพฤติกรรมฝ่ายตรงข้าม เช่น หากอีกฝ่ายล้อเรื่องรูปร่างว่า อ้วนตัวกลม ให้ตอบโต้อย่างสงบว่า เธอก็ผอมตัวแบนเลยนะ หรือ เธอผอมมากๆเลยนะ วิธีนี้ไม่ใช่การล้อเลียน แต่เป็นการสะท้อนกลับสิ่งที่ผู้บูลลี่ส่งมา เพราะธรรมชาติของคนที่บูลลี่ผู้อื่นนั้นมักจะมีพรรคพวก ลูกสมุนที่จะคล้อยตามหัวโจกของกลุ่ม แต่หากเราตอบโต้ในลักษณะสะท้อนกลับ ก็จะลดความรุนแรงจากคำพูดของหัวโจก ทำให้การคล้อยตามจากลูกสมุนน้อยลงได้

  • การป้องกันตัวเอง

บางครั้งทักษะการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง ก็เป็นความรู้ที่ปกป้องลูกจากการถูกบูลลี่ได้ แม้ว่าการใช้กำลังแก้ปัญหาไม่ใช้ทางออกที่ดี แต่หากลูกมีแนวโน้มถูกรังแกด้วยการทำร้ายร่างกายบ่อยๆ การมีทักษะป้องกันตนเองติดตัวไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย สิ่งสำคัญคือ วัยรุ่นจำเป็นต้องรู้ว่าทักษะนี้มีไว้เพื่อปกป้อง ไม่ใช่ เพื่อต่อสู้หรือรุกราน อย่างไรก็ตาม หากลูกรู้สึกว่าตนเองไม่ปลอดภัย และกำลังถูกบูลลี่ การขอความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านไปผ่านมา จะสามารถช่วยหยุดการบูลลี่ได้ มีการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า 57% ของการร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่มุงดู หรือคนที่ผ่านมาพอดี จะช่วยหยุดการถูกบูลลี่ได้

  • ใช้เสียง ไม่ใช้แรง

หากใช้วิธีทั้งหมดข้างต้นแล้วไม่ได้ผล ยังถูกบูลลี่อยู่เรื่อยๆ ควรแจ้งครู ผู้ปกครอง พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ให้รับรู้ปัญหา เพราะโดยทั่วไปการบูลลี่มักเกิดขึ้นลับตาผู้ใหญ่ และหากผู้ตกเป็นเหยื่อไม่ส่งเสียง ก็คงไม่มีใครช่วยได้ ดังนั้น ทักษะสำคัญอีกประการคือ การที่วัยรุ่นประเมินได้ว่า เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ ควรขอความช่วยเหลือจากใครเพื่อให้ตนเองได้รับความปลอดภัย 

สุดท้ายแล้ว การบูลลี่ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น และทุกภาคส่วนในสังคมควรตระหนักถึงปัญหานี้และร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่กล่าวโทษเหยื่อ ไม่มองว่าเป็นเรื่องเด็กเล่นกัน เพราะผลกระทบที่เกิดจากการบูลลี่อาจร้ายแรงทำให้เกิดการสูญเสียที่ยากจะแก้ไข การป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่าการตามแก้เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว 

แหล่งอ้างอิง (Sources):

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การเลี้ยงลูกที่มีความต้องการพิเศษ
การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง
basic
2:00 ชั่วโมง

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

เรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กออทิสติก เพื่อให้เป็นตัวช่วยในการออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้

Starfish Academy
Starfish Academy
การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก
Starfish Academy

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
4.9 (17 ratings)
1480 ผู้เรียน
การเลี้ยงลูกที่มีความต้องการพิเศษ
ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

เรียนรู้และเข้าใจเด็กแอลดี

เด็ก LD คือ เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ การรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม อาจช่วยให้ผู้ป่วยพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ได้อย่างเต็ม ...

Starfish Academy
Starfish Academy
เรียนรู้และเข้าใจเด็กแอลดี
Starfish Academy

เรียนรู้และเข้าใจเด็กแอลดี

Starfish Academy
4.9 (11 ratings)
การเลี้ยงลูกที่มีความต้องการพิเศษ
ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

ออทิสติก เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อคว ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก
Starfish Academy

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

Starfish Academy
5 (28 ratings)
3248 ผู้เรียน
หลักการใช้ชีวิต
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

คุณธรรมเป็นพื้นฐานทางจิตใจ นำไปสู่การกระทำที่ดีและถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างให้เด็กพร้อมที่จะเผชิญโลก และสังคมปัจจุ ...

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
4.8 (22 ratings)

Related Videos

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต
05:59
Starfish Academy

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต

Starfish Academy
248 views • 4 ปีที่แล้ว
สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง
08:32
Starfish Academy

สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง

Starfish Academy
484 views • 4 ปีที่แล้ว
เลี้ยงลูกแบบไหน ไม่ทำให้พี่น้องทะเลาะกัน
34:03
Starfish Academy

เลี้ยงลูกแบบไหน ไม่ทำให้พี่น้องทะเลาะกัน

Starfish Academy
43 views • 3 ปีที่แล้ว
Starfish Trend Talk | EP.1 | :  ครู VS พ่อแม่ แท็กทีมสื่อสารอย่างไร ? ดีต่อใจเด็ก
38:27
Starfish Academy

Starfish Trend Talk | EP.1 | : ครู VS พ่อแม่ แท็กทีมสื่อสารอย่างไร ? ดีต่อใจเด็ก

Starfish Academy
704 views • 3 ปีที่แล้ว