การเสวนา เรื่อง “การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social Emotional Learning) สำคัญอย่างไรต่อการสร้างความสำเร็จรอบด้านของผู้เรียน : ความท้าทายที่มีคำตอบ”
มูลนิธิสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ก่อตั้งขึ้นมาโดย นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ชื่อ ดร.ริชาร์ด พี ฮอกแลนด์ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิ Firetree Trust นอกจากจัดตั้งมูลนิธิแล้ว ยังมีบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม “สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น” และได้จัดตั้งโรงเรียนบ้านปลาดาว ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน ประเภทศึกษาสงเคราะห์ มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนเด็กที่มาจากกลุ่มครอบครัวค่อนข้างเปราะบาง ประมาณร้อยละ 70 เป็นเด็กชาติพันธุ์ และไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแรก ฉะนั้น ในการจัดการศึกษาแก่เด็กกลุ่มนี้ จะต้องมีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของเด็ก เพื่อให้เด็กได้ประโยชน์จากการศึกษาและสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัวได้
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียนบ้านปลาดาว ได้มีการใช้หลักสูตรทั่วไปในระดับชั้นปฐมวัยและประถมศึกษา มีการจัดการเรียนการสอนตามแผนที่ได้ศึกษาและแผนสำเร็จรูป หลังจากนั้น โรงเรียนบ้านปลาดาวได้มีการปรับแผนการสอนเป็นลักษณะ Project Based Learning คือ การให้เด็กเรียนตามโครงงาน ตามความสนใจ ความชอบ เพื่อที่จะได้เห็นถึงพลังแห่งการขับเคลื่อนการเรียนรู้มาจากตัวเด็กเอง โดยเริ่มสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ทั้งนี้ ยังมีการสอนทักษะทางด้านการเขียน อ่าน และคณิตศาสตร์อีกด้วย
นอกจากการสอนแบบ Project Based Learning แล้ว โรงเรียนบ้านปลาดาวได้มีการคิดค้นนวัตกรรม Makerspace ซึ่งมีลักษณะการใช้พื้นที่ที่เด็กสามารถทำกิจกรรมต่างๆ โดยมีอุปกรณ์ตามความต้องการของเด็ก และครูมีหน้าที่เป็น Facilitator สำหรับรูปแบบการมีพื้นที่สร้างสรรค์ผลงาน การเรียนรู้ทักษะต่างๆ ของเด็กตามบริบทของโรงเรียนบ้านปลาดาว ได้มีการปรับรูปแบบ Makerspace ในส่วนของห้องเรียน หรือห้องต่างๆ ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนในสิ่งที่อยากจะเรียนรู้ เช่น ห้องทำอาหาร ห้องเย็บผ้า ห้องสตูดิโอ อีกทั้งยังมีการเรียนนอกห้องเรียน ในเรื่องของการเกษตรต่างๆ เพราะฉะนั้น Makerspace พื้นที่ในการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนจึงมีความแตกต่างกับ Makerspace ที่มีความทันสมัย และด้วยกระบวนการจัดการเรียนการสอนรูปแบบนี้ ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า เด็กสามารถที่จะพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้มีเฉพาะในเรื่องของ 4C (การสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการร่วมมือ) แต่ทางสตาร์ฟิชฯ ยังให้ความสำคัญทักษะทางด้านสังคมและอารมณ์ ประกอบไปด้วย
ส่วนที่ 1 การรู้จักตนเอง การที่เด็กจะต้องรู้จักตนเองว่ามีจุดแข็ง จุดพัฒนา ชอบหรือไม่ชอบอะไร เรื่องของ Growth Mindset ในการพัฒนาตนเอง ถ้าสะท้อนในมุมของการจัดการเรียนการสอน เราจะจัดพื้นที่แบบไหนให้เด็กได้รู้จักตนเองบ้าง
ส่วนที่ 2 การบริหารจัดการตนเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอารมณ์ ความเครียด การตั้งเป้าหมายในชีวิต การมีวินัย หรือการสร้างแรงจูงใจ
ส่วนที่ 3 การรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง เริ่มจากการที่เด็กจะต้องรู้จักปัญหา สามารถประเมินสถานการณ์ได้ สามารถแก้ปัญหาได้ โดยใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม สามารถรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัดสินใจได้
ส่วนที่ 4 ทักษะด้านความสัมพันธ์ เด็กมีทักษะในการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม
ส่วนที่ 5 ทักษะทางสังคม คือ การที่เด็กสามารถที่จะมีทักษะในการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ยอมรับในเรื่องของความแตกต่างหลากหลาย และการเคารพซึ่งกันและกัน
โดยในกระบวนการ Makerspace หรือ PBL จะมีกระบวนการที่เรียกว่า STEAM Design Process ซึ่งเป็น Design Thinking อย่างง่ายที่ครูสามารถนำไปใช้ได้ โดยเริ่มจากการถาม จินตนาการ วางแผน ลงมือทำ คิดสะท้อนและออกแบบใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ
สำหรับครูจะต้องมีลักษณะอย่างไร ในการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ได้ สิ่งแรกที่โรงเรียนมองคือ ครูมีใจในการพัฒนา รักเด็ก และก่อนที่ครูจะช่วยเด็กให้มีทักษะทางด้านสังคมและอารมณ์ ครูก็จะต้องมีทักษะทางด้านสังคมและอารมณ์ด้วย สิ่งสำคัญประการแรก คือ ครูจะต้องจัดการเรียนการสอนในลักษณะที่ตนเองเป็น Facilitator ได้ เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ได้ ประการที่สอง ครูจะต้องจัดการเรียนการสอนเป็นรายบุคคลได้ รู้จักเด็กเป็นรายบุคคล ประการที่สาม ครูจะต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกในเรื่องของความร่วมมือได้ เนื่องจากครูไม่ได้เป็นผู้รู้หรือเชี่ยวชาญในทุกเรื่องที่เด็กอยากรู้ ประการที่ 4 ครูจะต้องเป็นนักนวัตกร ในการสร้างนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย
การติดตามและประเมินผล ได้มีการใช้เครื่องมือหลากหลายรูปแบบ โดยในระดับโรงเรียนจะดำเนินการตั้งเป้าหมายในการพัฒนาโรงเรียน ทางมูลนิธิสตาร์ฟิชฯ นอกเหนือจากการที่เข้าไปช่วยในการพัฒนาวิธีการจัดการเรียนการสอนแล้ว ยังมีการช่วยเหลือในส่วนของการบริหารจัดการโรงเรียนให้มีความสอดคล้องกัน สำหรับระดับห้องเรียนจะมีการใช้เครื่องมือในการประเมิน “Starfish Class Application” ซึ่งเป็นเครื่องมือในการประเมินผู้เรียนจากพฤติกรรมและทักษะในด้านต่างๆ
สำหรับครูที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติม หรือมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ด้วยตนเองที่ Starfish Labz.com ซึ่งเป็น Online Learning Platform หรือ Page Facebook : Starfish Labz ได้ อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาเด็กทางด้านทักษะสังคมและอารมณ์ ครูถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างพลังบวก เปิดพื้นที่ให้เด็กรู้สึกสบายใจ และจากสถานการณ์หรือผลกระทบในปีที่ผ่านมา สิ่งที่สำคัญที่สุด เราอาจจะต้องหันกลับมาดูเรื่องของจิตใจ วิธีการดูแลจิตใจให้เข้มแข็ง เพื่อส่งต่อพลังบวกให้แก่เด็กๆ และขยายไปยังครอบครัวของเด็กได้อีกด้วย
ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร
CEO บริษัท สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น โซเชียล เอ็นเตอร์ไพร์ส (จำกัด)