พูดคุยกับคุณครู 5 ท่านและเคล็ดลับในการสร้างห้องเรียน วPA

พูดคุยกับคุณครู 5 ท่านและเคล็ดลับในการสร้างห้องเรียน วPA

ในการพัฒนาวิชาชีพครูตามแนวทาง วPA (Performance Appraisal) หรือ การประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การ “ทำแฟ้ม” หรือเพียงแค่ “ผ่านเกณฑ์” แต่คือการ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียน อย่างแท้จริง

Starfish Labz ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ครูผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง วPA จากหลากหลายโรงเรียน เพื่อแบ่งปันแนวคิด เครื่องมือ และเคล็ดลับในการสร้าง “ห้องเรียนแห่งสมรรถนะ” ที่แท้จริง แต่ละท่านจะมีแนวคิดอย่างไรกันบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. คุณครูพงศกร หนูนันท์

หัวหน้างานวิทยฐานะ โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา สพม.กาญจนบุรี

“การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่การเรียนรู้ที่ดีตามรายวิชาเกิดขึ้นได้ เพราะการเตรียมแผนการจัดการเรียนรู้มีคุณค่า เพราะครูปฏิบัติจริง”

คุณครูพงศกรเน้นย้ำว่า การพัฒนาห้องเรียนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงของครู การวางแผนการจัดการเรียนรู้จึงไม่ใช่เพียงเอกสาร แต่คือการตั้งคำถามว่า “เราจะออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบไหน ที่ตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียนจริง ๆ” นั่นคือหัวใจสำคัญของ วPA

2. คุณครูอัษฎาวุธ สุขสวัสดิ์

หัวหน้างานวิทยฐานะ โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ สพม.กาญจนบุรี

“ชีวิตเราคือผลรวมของสิ่งที่เราเลือก คลิปการสอนที่ดี ก็มาจากการจัดทำแผนการสอนที่ตรงตามเกณฑ์ตัวชี้วัด”

ครูอัษฎาวุธให้ความสำคัญกับการเตรียมแผนการสอนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับตัวชี้วัด สมรรถนะผู้เรียน และแนวทางวัดผลแบบใหม่ ครูสามารถบันทึกการจัดการเรียนรู้ผ่านคลิปวิดีโอ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจ การเตรียมการ และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ คลิปการสอนจึงไม่ใช่แค่ “หลักฐาน” แต่คือ หลักฐานของการเปลี่ยนแปลง

3. คุณครูพีรวัส กาญจนรัตน์

ครู โรงเรียนพระแท่นดงรังวิทยาคาร

“วPA เป้าหมายเพื่อพัฒนาครูคู่กับการพัฒนาผู้เรียน คุณครูทุกคนทำได้”

ครูพีรวัสสะท้อนมุมมองของครูรุ่นใหม่ที่เข้าใจว่า วPA ไม่ใช่ภาระ แต่คือโอกาสในการเติบโตอย่างมีทิศทาง เขาย้ำว่า วPA ไม่ได้เน้นแค่ผลลัพธ์ของครู แต่ให้ความสำคัญกับกระบวนการที่ครูใช้พัฒนาตนเองควบคู่ไปกับผู้เรียน “ครูไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่ขอให้พัฒนาอย่างตั้งใจที่สุด” คือคีย์เวิร์ดที่เขาอยากฝากไว้กับครูทุกคน

4. คุณครูศิวพร คล้ายเจ๊ก

ครูเชี่ยวชาญ (ว 9/2564) โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ สพม.กาญจนบุรี

“เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้แบบบูรณาการที่สอดแทรกปรากฏการณ์ในชีวิตจริง ใช้ Blended Learning ร่วมกับ Hands-On และพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม”

ในฐานะครูผู้ได้รับวิทยฐานะ “ครูเชี่ยวชาญ” ครูศิวพรคือหนึ่งในตัวอย่างของครูที่ไม่หยุดอยู่กับรูปแบบการสอนเดิม ๆ เธอได้ปรับแนวคิดการจัดการเรียนรู้จากแบบดั้งเดิมที่เน้น “เนื้อหาเป็นศูนย์กลาง” สู่การออกแบบ “ห้องเรียนที่ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้” (Student Ownership of Learning) ซึ่งเป็นแนวทางที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนในโลกยุคใหม่

หัวใจสำคัญของการสอนในห้องเรียนของครูศิวพร คือ การเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning) ที่ไม่แยกความรู้เป็นกลุ่มสาระ แต่ผสานเข้ากับ “ปรากฏการณ์ในชีวิตจริง” ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร ปัญหาในชุมชน หรือเหตุการณ์ร่วมสมัยที่อยู่รอบตัวผู้เรียน เพื่อให้เด็ก ๆ เห็นความเชื่อมโยงของความรู้กับชีวิต และเกิดแรงจูงใจภายในในการเรียนรู้

เธอยังใช้ Blended Learning หรือ “การเรียนรู้แบบผสมผสาน” โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสอน เช่น คลิปวิดีโอ แบบฝึกหัดออนไลน์ หรือแหล่งข้อมูลดิจิทัล ร่วมกับ กิจกรรม Hands-On ที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เช่น การทดลอง การทำโครงงาน หรือการศึกษานอกห้องเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะจากการลงมือทำจริงมากกว่าการฟังบรรยาย

นอกจากนี้ ครูศิวพรยังเน้นพัฒนา ทักษะการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ผ่านกิจกรรมกลุ่มที่หลากหลาย โดยใช้บทบาทหน้าที่จริงในการทำงาน เช่น การวางแผนร่วมกัน การจัดสรรหน้าที่ และการนำเสนอผลงานร่วมกัน เพื่อเตรียมผู้เรียนให้พร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงานในอนาคต

ด้วยแนวทางการสอนที่สอดคล้องกับหลัก วPA ครูศิวพรไม่ได้เพียงพัฒนา “การเรียนรู้” ของผู้เรียน แต่ยังพัฒนาตนเองในฐานะ “ครูมืออาชีพ” อย่างต่อเนื่อง โดยทุกบทเรียนที่เธอออกแบบนั้นไม่ใช่แค่กิจกรรมในห้องเรียน แต่คือการเชื่อมโยงระหว่าง โรงเรียน – ชีวิตจริง – และอนาคตของผู้เรียน อย่างแท้จริง

5. ผศ.ดร.ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ

คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

“การออกแบบการเรียนรู้ของครู คือการสร้างห้องเรียนที่เชื่อมระหว่างโรงเรียนและบริบทชีวิตจริง หรือที่เรียกว่า ‘ห้องเรียน VASK’”

ในมุมมองของนักวิชาการ ผศ.ดร.ศิริวรรณ อธิบายว่า วPA เป็นโครงสร้างที่ส่งเสริมให้ครูรู้จักประเมินตนเอง และวางแผนพัฒนาต่อเนื่อง โดยมี “ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน” เป็นเข็มทิศ ครูควรเชื่อมโยงการเรียนรู้กับบริบทชีวิตจริงของผู้เรียน เพื่อให้พวกเขาเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียน โดยใช้แนวคิด VASK (Value–Attitude–Skill–Knowledge) เป็นกรอบในการออกแบบการเรียนรู้

สรุป: ห้องเรียน วPA คือ “พื้นที่ที่ครูเติบโต พร้อมผู้เรียน”

ห้องเรียนที่ตอบโจทย์ วPA ไม่ใช่ห้องเรียนที่มีเอกสารครบถ้วนที่สุด แต่คือห้องเรียนที่ครูใส่ใจในการออกแบบ “ประสบการณ์การเรียนรู้” อย่างต่อเนื่อง โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ใช้ข้อมูลจริงจากการสังเกต พูดคุย และสะท้อนผล เพื่อพัฒนาเด็กอย่างตรงจุด

ในห้องเรียนเช่นนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ไม่ใช่แค่เอกสารประกอบการสอน แต่คือกระบวนการคิดที่ลึกซึ้ง ที่ครูใช้วิเคราะห์บริบท ออกแบบกิจกรรม และวางกลยุทธ์การประเมินที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทุกการลงมือของครูจึงมีเป้าหมาย และทุกความเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนล้วนมีที่มา

ไม่ว่าคุณจะเป็นครูรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือลงสนามสอนมานานหลายปี ทุกคนสามารถใช้แนวทาง วPA เป็น “กระจก” สะท้อนตนเอง และเป็น “แผนที่” เพื่อพัฒนาต่อไปได้เสมอ เริ่มง่าย ๆ จากคำถามในใจว่า...

  • วันนี้ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรจริง ๆ บ้าง?
  • มีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจ และเราช่วยเขาได้อย่างไร?
  • มีสิ่งใดบ้างในห้องเรียนที่เราปรับเล็กน้อย แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้มาก?

คำถามเล็ก ๆ เหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อครูมองเห็น “คุณค่า” ของแผนการจัดการเรียนรู้ เข้าใจผู้เรียน และมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง การสร้าง “ห้องเรียนคุณภาพ” ตามแนวทาง วPA ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปอีกต่อไป

เพราะในท้ายที่สุด... ห้องเรียน วPA คือพื้นที่ที่ครูได้เติบโตไปพร้อมกับผู้เรียนอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าใครที่กำลังมองหาแนวทางดีๆ ในการพัฒนาห้องเรียน วPA ของตัวเอง ต้องลองหนึ่งในแนวทางของคุณครูทั้ง 5 ท่านนี้ไปลองใช้กันเลยนะคะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:00 ชั่วโมง

การสอนภาษาไทย (3R)

การสอนภาษาไทยของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมได้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน อย่างเป็นระบบเข้าใจง่ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
การสอนภาษาไทย (3R)
Starfish Academy

การสอนภาษาไทย (3R)

Starfish Academy
4.8 (54 ratings)
2918 ผู้เรียน
การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:00 ชั่วโมง

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

ในคอร์สนี้จะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ Peer Learning คืออะไร 5 รูปแบบของกิจกรรม Peer to Peer Learning ตัวอย่างก ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss
Starfish Academy

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

Starfish Academy
5 (6 ratings)
Technology Skills
ด้านความสัมพันธ์
basic
2:00 ชั่วโมง

Feedback เชิงบวก เพื่อการพัฒนาผู้เรียน

บทเรียนนี้จะช่วยให้ครูเข้าใจถึงความสำคัญของ “การให้ Feedback หรือ Comment เชิงบวก” “หลักการมองหาข้อดีข้อด้อย” “หลัก ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Feedback เชิงบวก เพื่อการพัฒนาผู้เรียน
Starfish Academy

Feedback เชิงบวก เพื่อการพัฒนาผู้เรียน

Starfish Academy
4.9 (35 ratings)
เครืองมือครู
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา ด้านความสัมพันธ์
basic
2:00 ชั่วโมง

ครูสอน KIDS (คิด)

ครูสอน KIDS (คิด) ชวนคุณครูมาร่วมสร้าง Mindset ใหม่ๆ พร้อมหาไอเดียการตั้งคำถาม เพื่อสอนเด็กให้มีวิธีคิดและทำอย่างไรให้เ ...

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ครูสอน KIDS (คิด)
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง

ครูสอน KIDS (คิด)

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
4.9 (11 ratings)

Related Videos

Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด
13:16
Starfish Academy

Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด

Starfish Academy
287 views • 2 ปีที่แล้ว
Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้
10:11
Starfish Academy

Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้

Starfish Academy
1591 views • 2 ปีที่แล้ว
Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน
11:22
Starfish Academy

Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน

Starfish Academy
534 views • 2 ปีที่แล้ว
Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด
13:58
Starfish Academy

Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด

Starfish Academy
163 views • 2 ปีที่แล้ว