โรงเรียนวัดวิมุตยาราม นำโดย ผอ.จิตติยา โชทนากูล มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิด "เอ๊ะ อ๋อ โอเค" ด้วย Makerspace สู่การเป็นนวัตกร สอดคล้องกับนโยบายการศึกษา กทม. ปี 2567
"เอ๊ะ อ๋อ โอเค" คืออะไร?
"เอ๊ะ อ๋อ โอเค" เป็นนโยบายด้านการศึกษาที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบให้กับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอน โดยนโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดของนักเรียน และสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นแบบ Learning ที่ส่งเสริมให้นักเรียนนำความรู้ไปต่อยอดได้ ซึ่งประกอบด้วย
- เอ๊ะ คือ สอนให้เอ๊ะ
- อ๋อ คือ ทำให้อ๋อ
- โอเค คือ นำไปใช้โอเค
นโยบายและจุดเน้นทางการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในปีการศึกษา 2567 เน้นในเรื่องของการสอนให้เอ๊ะทำให้อ๋อนำไปใช้โอเค ซึ่งเป็นคำจำกัดความของคำว่า “เอ๊ะอ๋อโอเค” หมายถึงว่าจะต้องให้เด็กๆรู้จักการตั้งคำถาม แสวงหาความรู้ด้วยตนเองด้วยวิธีการต่างๆเพื่อให้ได้คำตอบที่จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กๆมีทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเองซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันทักษะที่สำคัญในยุคศตวรรษที่ 21
Makerspace กับ "เอ๊ะ อ๋อ โอเค"
Makerspace เป็นแนวทางการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะหรือสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมของนักเรียนสู่โลกแห่งอนาคต ฝึกให้เด็กๆ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา วางแผนและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หัวใจสำคัญของ Makerspace คือ กระบวนการ STEAM Design Process 5 ขั้นตอน คือ ถาม จินตนาการ วางแผน สร้างสรรค์ คิดสะท้อนและออกแบบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย "เอ๊ะ อ๋อ โอเค" ของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งเน้นให้เด็กๆ ตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบ และนำไปใช้ได้จริงอย่างลงตัวดังนี้
เอ๊ะ (ถาม จินตนาการ) : กระตุ้นให้เด็กตั้งคำถาม คาดการณ์ และจินตนาการถึงคำตอบ
- อ๋อ (วางแผน สร้างสรรค์) : ออกแบบวิธีการ ลงมือปฏิบัติ และทดลองหาคำตอบ
- โอเค (คิดสะท้อน ออกแบบใหม่) : ประเมินผลลัพธ์ ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาต่อยอด
Makerspace ในโรงเรียนวัดวิมุตยาราม
ผอ.จิตติยา สนับสนุนให้ทุกห้องเรียนมีมุม Makerspace และได้รับการสนับสนุนห้อง Innovation Digital Makerspace Room จากกทม. ซึ่งเป็น 1 ใน 20 โรงเรียนพื้นที่กทม.ที่ได้ห้องเรียนนี้ ซึ่งจะใช้ในการพัฒนาต่อยอดกิจกรรม Makerspace ของโรงเรียนต่อไปเพื่อช่วยส่งเสริมให้เด็กสามารถทำกิจกรรม Makerspace ได้ทุกที่ทุกเวลา เด็ก ๆ จะได้ฝึกฝนทักษะการคิด แก้ปัญหา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างการใช้ Makerspace ในชีวิตประจำวัน
Makerspace ไม่ใช่แค่การประดิษฐ์ผลงาน หรือเป็นแค่ห้องเรียนหากแต่เป็นพื้นที่พัฒนาให้ทุกคน เป็นนักคิด นักออกแบบ นักแก้ไขปัญหา เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะหรือสมรรถนะอยู่เสมอ ผอ.จิตติยา ได้ยกตัวอย่างง่าย ๆเพื่อให้เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ Makerspace จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกเมนูอาหารเย็น
- เริ่มจากตั้งคำถามเย็นนี้จะทานอะไรดี? จากนั้นจินตนาการถึงเมนูต่าง ๆ (เอ๊ะ)
- วางแผนออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ วิธีการทำ หรือแผนการเดินทางเป็นอย่างไร และลงมือทำตามแผนที่วางไว้ (อ๋อ)
- สุดท้าย ทบทวนสิ่งที่ได้ทำ สะท้อนคิดถึงการปรับปรุงแก้ไข (โอเค)
ตัวอย่าง
สมมุติ “เย็นนี้ฉันหิวมากฉันจะกินอะไรดีนะ(ถามตัวเอง) และจินตนาการต่อไปว่าสิ่งที่อยากกินมีเมนูอะไรบ้าง? เช่น ชาบู KFC โลตีสายไหม ฯลฯ แล้วสมมุติว่าเราเลือกอยากกินเมนูชาบู จากนั้นก็ออกแบบวางแผนว่าเราจะทำยังไงถึงจะได้กินชาบู และคิดต่อว่าจะทำเองหรือจะไปกินที่ร้าน ถ้าทำเองต้องซื้อวัตถุดิบอะไรบ้าง หรือมีวิธีการทำชาบูยังไง หรือถ้าเลือกว่าจะไปกินที่ร้านก็ลองออกแบบวางแผนว่าจะไปกินกี่โมง จะไปร้านไหน จะไปกับใคร จากนั้นก็ลงมือทำตามแผน หลังจากที่กินชาบูเสร็จแล้วก็กลับมาทบทวน เช่น ชาบูที่กินไปวันนีี้อร่อยไหม? รสชาติเป็นยังไง ถ้าไม่อร่อยหากได้ทำใหม่ หรือหากได้กินอีกครั้งหน้าเราจะทำอะไรใหม่ ถ้าหากน้ำจิ้มไม่อร่อยก็อาจจะเปลี่ยนน้ำจิ้มเป็นยี่ห้อใหม่ เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่เราทำไปทั้งหมดนี้ก็คือ กระบวนการ STEAM Design Process ที่ใช้ในการพัฒนาทักษะของเด็กๆผ่านกิจกรรม Makerspace นั่นเอง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการ “พัฒนาทักษะการคิด (เอ๊ะ อ๋อ โอเค) ด้วย Makerspace สู่การเป็นนวัตกร”
Makerspace เป็นมากกว่าห้องเรียน เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เป็นศูนย์กลางที่หลอมรวมเด็กๆที่มีสมรรถนะที่แตกต่างเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทักษะหรือสมรรถนะซึ่งกันและกัน ช่วยให้เด็ก ๆ เพิ่มความกล้า ลดความกลัว กล้าที่จะค้นหาเรียนรู้สิ่งๆใหม่ๆ เด็ก ๆ สนุกกับการเรียนรู้มากขึ้น กล้าคิด กล้าแสดงออก และพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ ทักษะการแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน พัฒนาการสื่อสารและการจัดการตนเองอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นนวัตกรในอนาคต
คุณครูได้พัฒนาทักษะการเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้มากขึ้นในการออกแบบการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และได้พัฒนาทักษะการตั้งคำถามเพิ่มขึ้น
ผอ.ก็ได้เรียนรู้และค้นพบว่า คนที่เจอปัญหาและสามารถก้าวข้ามผ่านปัญหาต่างๆมาได้ก็เกิดจากวิธีการคิดเชิงออกแบบเช่นเดียวกันกับกระบวนการที่เด็กๆได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Makerspace ทำให้เมื่อเจอปัญหาเราจะเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลาและไม่ท้อแท้แต่จะนำปัญหากลับมาคิดวิเคราะห์ แก้ไข ทำให้เราเป็นคนที่มีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
ดังนั้น Makerspace คือสิ่งที่เราทำและใช้อยู่จริงในชีวิตประจำวันในทุกๆเรื่องที่เราต้องการตัดสินใจที่ดีที่สุด